อินโดนีเซีย ไม่ชอบใจ ออสซี่ แอบดักฟังโทรศัพท์ กระทบความสัมพันธ์

indonisea

 

เรื่องความมั่นคงภายในชาติถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเก็บเป็นความลับให้ถึงที่สุด เนื่องจากหากเรื่องเหล่านี้เมล็ดลอดออกไปภายนอกอาจส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อประเทศนั้นๆ เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้ กระนั้นได้เคยมีรายงานข่าวออกมาเกี่ยวกับของความมั่นคงเหล่านี้ว่า ออสเตรเลีย ได้มีการแอบดักฟังโทรศัพท์ของประเทศอินโดนีเซีย แน่นอนว่าเป็นใครย่อมไม่พอใจแน่ๆ กับการกระทำที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับประเทศของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมแอบเอาข้อมูลต่างๆ ไปโดยไม่รู้วัตถุประสงค์แน่ชัดว่าจะเอาไปทำอะไรด้วย

อินโดนีเซียเตรียมลดสัมพันธ์ออสเตรเลียหลังมีรายงานว่าโดนดักฟังโทรศัพท์

อินโดนีเซียได้เริ่มมีการระงับเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ กับออสเตรเลียลงแล้ว หลังมีสื่อหลายสำนักออกมารายงานตรงกันว่าออสเตรเลียมีการแอบดักฟังโทรศัพท์ของประธานาธิบดีพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินโดนีเซีย นั่นทำให้ความช่วยเหลือต่างๆ ที่อินโดนีเซียเคยให้เอาไว้ เช่น ปฏิบัติการเพื่อหยุดยั้งการลับลอบการขนย้ายผู้ย้ายถิ่น, การร่วมกันซ้อมรับทางทหาร, การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านต่างๆ เป็นการโต้ตอบพร้อมแสดงความไม่พอใจต่อออสเตรเลียซึ่งมีการถูกสื่อทั้งในอังกฤษและในประเทศตัวเองออกมาแฉเต็มๆ ว่า มีการแอบดักฟังโทรศัพท์ของประธานาธิบดีอินโดนีเซียพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศหลายๆ คน อีกทั้งยังทำให้รัฐบาลแดนอิเหนาเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำกรุงแคนเบอร์ราให้กลับประเทศมาในทันที

ข้อมูลลับที่ว่าเป็นเรื่องของการรายงานนำเสนอของ กรมข่าวกรองสัญญาณสื่อสารออสเตรเลีย ที่เชื่อว่ามีข่าวรั่วไหลออกมาเป็นฝีมือของ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ที่เคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่เทคนิคซึ่งเคยทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ มีการได้รับการเผยแพร่จากสถานีวิทยุโทรทัศน์เอบีซี ของออสเตรเลีย และสำนักพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ จากรายงานของเอเอสดีเองได้แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานที่ดักฟังโทรศัพท์ของประธานาธิบดีมีอย่างน้อย 1 คน มีการแกะรอยการโทรเข้าโทรออกจากโทรศัพท์ยาวนานถึง 15 วัน พร้อมกันนี้ยังมีลิสต์รายชื่อเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอินโดนีเซีย แถมมีการบอกรุ่นของมือถือที่เป้าหมายของแต่ละคนเลือกใช้อีกต่างหาก

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างมากหากการกระทำของออสเตรเลียเป็นจริงนั่นเพราะมันหมายถึงการแอบเข้าไปล้วงข้อมูลความลับของประเทศอื่นทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างรุนแรง ไม่แปลกหากอินโดนีเซียจะขอลดความสัมพันธ์ตรงนี้ ไม่ว่าใครคงรับกับสิ่งทีเกิดขึ้นไม่ได้ เอาง่ายๆ แค่เพื่อนเรามาแอบฟังเราคุยโทรศัพท์เรายังไม่ค่อยชอบ นี่ระดับรัฐบาล ระดับผู้นำระดับสูงโดนคนประเทศอื่นมาลูบคม เป็นใครก็ต้องไม่ยินดีปรีดากันอยู่แล้ว เป็นเรื่องน่าติดตามต่อไปจริงๆ